Great Himalaya Note10: 4/5/2017

Great Himalaya Note10 “เกือบต้องถอนตัว” : 4 May 2017 (Stage24/45): ที่พักSertung 1800m)

Great Himal Race 1,800km 90,000m D+ 45days
for Chaiyapruk Children Home Foundation :
www.facebook.com/ChaiyaprukFoundation

วันนี้ เดินได้แค่ 7ชั่วโมง ยังไม่ถึงที่พักตามกำหนด แปลกมากที่ Hero ของบันทึกนี้ Mr. Ngawang D Sherpa บอกว่าเหนื่อยมากขอพักนอนที่ หมู่บ้านนี้เลยซึ่งผมก็ยินดีมาก มีสัญญาณเน็ต 2G ด้วย:) จริงๆ ตามตารางเดินทางปกติต้องเป็น stage25 แล้วนะครับ แต่เกิดเหตุการณ์หลายๆอย่าง ทำให้กลุ่มหลักรวมทั้งผมช้ากว่ากำหนดเดิม1วัน ที่สำคัญคือการเปลี่ยนเส้นทางไม่ข้าม Tilman pass ที่สภาพอากาศไม่ดี แต่ผลที่ออกมากับเกิดความยากลำบากมากมาย เพราะทางเลี่ยงกลับกลายเป็นเส้นทางที่เหนื่อยและไกลกว่ามาก ที่อาจเป็นสาเหตุทางอ้อมของเรื่องราวที่ผมอยากเล่าในบันทึกนี้ เป็นสถานการณ์ที่ทำให้ผมเกือบต้องถอนตัวจากการแข่งขันเลยทีเดียว

ย้อนกลับไปวันที่ 30 เม.ย. เป็นวันที่แต่ละคนแต่ละกลุ่มเร่งเดินทางเพื่อให้ทันกำหนดการเดิม ผมช้ากว่ากำหนดนิดหน่อย (มารู้ทีหลังว่าทุกคนก็ช้าหมด)
ตอนก่อนเที่ยง ผมแวะกินชานมบ้านข้างทาง เจ้าของบ้านเอา โยเกิร์ตมาให้กินด้วย ก็อร่อยดีครับเปรี้ยวๆซ่าๆนิดหน่อย เลยกินไป 3แก้วใหญ่ รู้สึกอิ่มมากๆ ไม่ได้กินข้าวกลางวัน จนเดินลงต่ำมาถึงแม่น้ำ (1000m) ประมาณบ่าย3 เลยแวะกินข้าว ซึ่งหลังๆ ผมเน้นกินบ่อยและปริมาณเยอะมากจนชิน เพราะหลังจากนั้นต้องปีนขึ้นไปที่ระดับ 3400m และควรไปให้ถึง Phedi ตามนัด (Phedi มีประวัติเกี่ยวกับเหตุการณ์เครื่องบิน Thai Airways ตกที่นั่น) ผมเครียดเรื่องทำ Headlight หายด้วยครับ เพราะแค่ปีนขึ้นไปยังไม่ถึง 3000m ก็มืดแล้ว เหนื่อยมากด้วย เดินต่อสักพักถึง 3400m ก็ถึง Terepati เป็น Lodge เล็กๆ รีบเข้าพักทันทีรู้สึกจะมีฝนปนหิมะด้วย ผมสั่ง Dal Bat เซ็ตใหญ่ตามปกติ จริงๆ ตอนเริ่มกินก็รู้สึกแล้วครับว่าเวียนหัวกินไม่ลง แต่ก็ฝืนกินจนหมด
แล้วรีบเข้านอน

ต่อจากนั้น จนถึงเช้า ผมต้องลุกขึ้นมาอาเจียนเป็นช่วงๆ ตลอดทั้งคืน นับได้ 10ครั้ง ตอนเช้ายกถุงซิปล็อคดูน่าจะเกือบ 2กิโล 🙂

1 พ.ค. เช้ามา คิดว่าออกหมดจนหายแล้ว ก็ออกเดินตามปกติ มุ่งหน้า Phedi แต่เดินได้แป๊บเดียว ก็มีอาเจียนครั้งที่ 11 และ 12 แต่ครั้งสุดท้ายเริ่มรู้สึกได้ว่าน่าจะออกหมดแล้ว เดินเวียนหัวได้2ชั่วโมงถึงแค่ Ghopte (ก่อนถึง Phedi 3ชั่วโมง) ก็เข้าไปนอนพัก พอดีมีหิมะตกและสภาพผมแย่มาก Ngawang เลยยอมให้ผมนอนยาวและดูแลผมเป็นอย่างดีจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
ตอนแรกกังวลนิดหน่อยว่าจะตามกลุ่มไม่ทัน มาทราบทีหลังว่าตอนที่ผมนอนอยู่ มีพายุหิมะตกหนัก เพื่อนๆ พยายามปีนข้าม pass อยู่ถึง2รอบแต่ไม่สำเร็จต้องกลับมาพักที่ Phedi อยู่ดี (นับว่าผมโชคดีระดับนึงที่ไม่ถูกทิ้งห่าง^^)

2 พ.ค. ตื่นมายังมีอาการเวียนหัว กินข้าวไม่ลง ผมเดินช้ามาก โดยเฉพาะเดินขึ้นเนิน Ngawang ติดต่อคนช่วยแบกเป้ให้ผมแค่ไปส่งที่ยอดหรือจุดสูงสุดของ pass คิดตั้ง 8,000 NPR (2พันกว่าบาท) Ngawang เลยอาสาแบกให้เอง ซาบซึ้งมากครับน้องชายคนนี้ ผมไม่มีเป้ แต่ก็เดินช้ามากทั้งขึ้นและลง เพราะยังมีอาการเวียนหัว ระยะทางเดินขึ้นผ่าน Phedi จนถึงpass ประมาณ 7กม. ผมใช้เวลา เกือบ 6ชั่วโมง แต่ก็แปลกครับ พอใกล้ถึงอาการก็ดีขึ้น แรงกลับคืนมานิดหน่อยทั้งๆที่กินอะไรไม่ได้เลย
พอหายเวียนหัวผมก็เอาเป้มาแบกเอง ผ่าน Gosainkunda pass ที่มีทะเลสาบสวยมาก (เริ่มมีอารมณ์ดูความงดงามของธรรมชาติ) แม้จะยังกินอะไรไม่ลง โชคดีด้วยครับที่จากนั้นลงอย่างเดียวไม่มีขยักขึ้น จาก 4600m ลงมาถึง 1500m ที่ Syabubesi
ประทับใจในร่างกายมนุษย์มากครับ ว่าแอบเก็บพลังงานซ่อนไว้ที่ไหน เพราะ2วันที่ผ่านมาผมแทบไม่ได้กินอะไรเลย วันนี้(2พ.ค.)เดินประมาณ 13ชั่วโมงครับ พอถึงหมู่บ้าน ยีนส์แห่งการเอาตัวรอดก็หยุดทำงาน ผมแรงหมดดื้อ เดินต่อไม่ไหวขอนอนที่รร.แรกที่เจอเลย ถึงห้องก็เวียนหัวมากทำอะไรไม่ได้เลยแน่นอนครับ ยังกินอะไรไม่ได้ ลืมเน้นครับตลอดเวลา Ngawang ดูแลผมเป็นอย่างดี
นอนได้สักพัก ก็ต้องลุกเข้าห้องน้ำและถ่ายเหลวมาก ยังไม่คิดอะไรมากครับตอนนั้น

3พ.ค. ตื่นมาพร้อมกับกับถ่ายเหลวนิดหน่อย พยายามเริ่มกินอาหารบ้าง แต่งงว่าทำไมยังกินไม่ลง ฝืนกิน shapati ไปหนึ่งแผ่น เริ่มเดิน รู้สึกเพลียๆ มีปวดท้องนิดๆ สายๆ เดินขึ้นถึงหมู่บ้านแรก แวะกินมะม่วง 1ลูก เพราะกินอย่างอื่นไม่ลง สักพักอาการปวดท้องมากขึ้นและมีแวะถ่ายกลางทาง 5ครัั้งระหว่างเดินทาง เล่าคร่าวๆ ว่าเส้นทางวันนี้ก็ขึ้นเยอะมาก ใช้เวลาประมาณ 12ชั่วโมง ก็แปลกใจอีกเหมือนกันว่าเอาพลังงานมาจากไหน กินแค่ Shapati กับมะม่วง 1ลูก ซึ่งก็น่าจะถ่ายออกมาหมดด้วย ที่สำคัญปวดท้องมากตลอดทั้งวัน แต่ช่วง ค่ำ ทุ่มถึงสองทุ่มเจอพายุหิมะ ก่อนถึงที่พัก มีแวะถ่ายเหลวครั้งนึงช่วงนั้น แต่ไม่รู้สึกปวดท้องเร่งตาม Ngawang ท่ามกลางความมืดและความหนาวเหน็บจนถึงที่พักตามกำหนดได้ นี่ก็คงเพราะยีนส์แห่งการเอาตัวรอดอีกแล้ว ถึงที่พัก Somdang สูง 3400m นอนทันทีไม่ทำอะไร ยังไม่ได้กินอีกเช่นเคย ได้ยาแก้ท้องเสียจาก Bob (Canada) ก่อนนอน แต่ก็ต้องลุกมาถ่าย 3ครั้ง ครั้งสุดท้ายตอนตีหนึ่ง

4พ.ค. ตื่นเช้ามาดีใจครับที่เริ่มรู้สึกกินได้ ช่วงฝันก่อนตื่นก็ฝันเรื่องอาหารไทย วันนี้เดินขึ้นช่วงแรก สวยมาก แล้วก็เดินลงยาว ผมอาการดีเหมือนปกติทุกอย่าง แต่กลับรู้สึกว่าแรงไม่มีและหนื่อยง่าย คงเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้วครับ Ngawang คงดูแลผมจนเหนื่อย วันนี้มีล้มสองครั้ง และเหนื่อยๆ อย่างที่เล่าตอนต้น ตอนเย็นถึงแม้ยังไปไม่ถึงที่นัดหมายแต่ก็อาจเป็นโชคดีครับเพราะตอนนี้ฝนตกหนักมาก และตอนเย็นผมกิน Dal Bat ได้เยอะมากตามปกติแล้ว พรุ่งนี้อาจออกเช้าหน่อยเพราะจะได้ชดเชยระยะทางของวันนี้ แต่ก็ไม่ซีเรียสครับ ช้ากว่ากำหนดก็ไม่ได้ผิดกติกาอะไร เขามี security day เผื่อไว้ให้ 2หรือ3วันครับ

สรุปว่าเกือบได้กลับลงไปกาฐมาณฑุแล้วครับ หลายคนไปกาฐมาณฑุแล้วกลับมาร่วมกลุ่มใหม่หลายรอบก็มีครับ ผมเริ่มทำใจกับความเสี่ยงเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว แต่ก็ยังลุ้นให้ไปได้ไกลที่สุดครับ 🙂

รูปถ่ายบน Gosainkunda pass เลือกรูปหน้าดำๆ ไว้ก่อน เพราะตอนนั้นโทรมมากๆ ครับ 🙂

ติดตาม​เรื่อง​ราว​ทั้งหมด​ได้จาก Www.DrJung.run ครับ
(By @Thai.run ฮับความสุขของคนรักการวิ่ง)

ขอขอบคุณ:
ผู้สนับสนุนหลัก: @Carabao Dang
อุปกรณ์:
@The North Face Thailand
@Black Diamond Thailand
@Garmin Thailand @Garmin Sport
@ThailandOutdoor Shop
@VATEMON’S IN U
@RevvEnergy Thailand
@BananaRun : เรื่องอุปกรณ์วิ่ง เป็นเรื่องกล้วยๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published.