Great Himalaya Note13: 16/5/2017

Great Himalaya Note13: 16/5/2017 วันที่37/(จากทั้งหมดประมาณ50วัน) @Donai 2150m
Great Himal Race 1,800km 90,000m D+ 45++ days
for Chaiyapruk Children Home Foundation :
www.facebook.com/ChaiyaprukFoundation

วันนี้ลงมาพักต่ำ ระดับ2000m ทำให้เจอสัญญาณโทรศัพท์อีกครั้ง หลังจาก 4-5วันที่ผ่านมา พักประมาณ 4000m และข้าม pass เกิน 5000m ทุกวัน จนเริ่มรู้สึกชินกับการเดินขึ้น pass สูงๆ แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องมาเหนื่อยกับเส้นทางต่ำๆ อีกครั้งครับ 🙂

ขอเล่าย้อนไปตั้งแต่ 4วันก่อน
12 พ.ค. ออกจาก Kagbeni ด้วยรองเท้าและ trekking pole ใหม่ โดยลืมดูเส้นทางล่วงหน้า ว่าผ่านหมู่บ้านน้อยมาก จริงๆ คือ ไม่ผ่านเลยตลอดสองวัน ปกติผมจะมีอาหารแห้งพวกผลไม้แห้งและหมูหยองแท่งที่เตรียมไว้ในทุก drop bags และ dehydrated food สำรองไว้อยู่แล้วประมาณหนึ่ง แต่แค่เที่ยงวันแรก สองคนก็กินอาหารแห้งกันหมด เดินกันถึงค่ำลงๆขึ้นๆ ข้ามหลาย pass สุดท้ายมาถึง 4400m ก็เป็นแค่ บ้านสังกะสีฉุกเฉิน ที่ทางอุทยานสร้างไว้ให้ ก็เหมือนกับเต็นท์ใหญ่ให้คนเข้าไปหลบกันลมกันหนาวได้ จะกางเต็นท์ข้างในอีกทีก็ได้ เราแค่ก่อกองไฟจากไม่สน และต้มน้ำร้อนด้วย solid fuel (คล้ายๆที่ใช้ในร้านอาหารตอนเสริฟอาหารร้อนๆ) เพื่อกิน dehydrated food (ขอบคุณ เอก ธนาธร TJ TrueSouth Thailand) กันจนหมด
จริงๆเส้นทางช่วงนี้(Mustang-Dolpo) ก็สวยและแปลกไปอีกแบบนะครับ คือไม่มีต้นไม้เลย ดูแห้งแล้ง แต่ก็มีแม่น้ำจากธารน้ำแข็งหลายสาย เรื่องน้ำจึงไม่น่าห่วง ผมกินโดยไม่ต้องใส่เม็ดยาฆ่าเชื้อได้เลย แต่ต้องเลือกชนิดของลำธารด้วยนะครับ ว่าผ่านอะไรมาบ้าง และน้ำขุ่นหรือไม่
กลางคืนนอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่เพราะอากาศหนาว และมีเสียงเหมือนสัตว์ (น่าจะเป็นพวกนก) ตลอดทั้งคืน

13 พ.ค. ตื่นเช้ามา ลังเลนิดหน่อยว่าจะเดินออกนอกเส้นทางเพื่อไปหาหมู่บ้านเพื่อกินอาหารเช้าและเตรียมเสบียง สุดท้ายก็เลือกเดินทางทันที เพราะถ้าออกนอกเส้นทางย้อนไปมาจะเสียเวลามาก เส้นทางวันนี้ก็ข้าม pass เกิน 5000m สองครั้ง ข้าม pass แรก แวะต้มน้ำ แบ่งกันกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองสุดท้าย เดินต่อก็ลุ้นตลอดว่าจะเจอคนเดินสวนมาบ้างไหม สองครั้งที่เจอมาพร้อมฝูงลา แต่เป็นเที่ยวขากลับของเขา เลยไม่มีอาหาร ช่วงบ่ายเจอกลุ่ม Trekkers มาตั้งแคมป์ ขอแบ่งอาหารไม่ได้เพราะเขาก็กลัวไม่พอ แต่ต้องขอบคุณมากๆ สำหรับน้ำผลไม้ชงอุ่นๆ ที่ช่วยได้มากจริงๆ สุดท้าย เราเดินต่อกันจนถึง 2ทุ่ม กว่าจะถึงหมู่บ้านแรกในสองวัน CharkaBot (ตามรูป) Ngawang เจรจาขอพักในบ้านชาวบ้านทั่วไป ซึ่งทำบ่อยมาก ข้อดีได้กินอาหารแปลกๆ เช่น เนื้อ Yak เนื้อควาย เนื้อแพะ ฯลฯ ข้อเสียคือ รออาหารนาน แล้วก็นั่งรอนานกว่าจะได้นอนเพราะส่วนใหญ่จะนอนในครัวเลย
เหมือนเคยครับ ผมกินมื้อเย็นเยอะมาก ครั้งนี้ชดเชยกับที่อดมาเกือบทั้งวันด้วย
ข้อเสียอีกอย่างของหมู่บ้านแบบนี้คือไม่มีห้องน้ำนะครับ 🙂

14 พ.ค. ตื่นเช้ามากินอาหารเช้า และขอให้เตรียม shapati กับแกงกะหรี่ ไว้เป็นอาหารกลางวันด้วย ส่วย Ngawang ก็ซื้อบะหมี่ Cup noodles กับชานมกึ่งสำเร็จรูป (อร่อยมากทั้งคู่) ตุนไว้ สินค้าพวกนี้มาจากจีน (ธิเบต)ครับ เพราะตลอดเส้นทางของ Race นี้ เราเฉียดชายแดนธิเบตตลอดทาง
เดินผ่านออกจากหมู่บ้าน ตอนเช้าถึงเพิ่งเห็นว่า หมู่บ้านแบบนี้มีเอกลักษณ์ ก่อด้วยหินเป็นทรงสี่เหลี่ยม กลางหมู่บ้านเหมือนมีปราสาทด้วยครับ
วันนี้ข้าม pass เกิน 5000m อีกสองครั้ง ชักเริ่มรู้สึกชินกับความสูง ไม่เหนื่อยมากเหมือนช่วงแรกๆ ทั้งๆที่ หัวเข่าซ้ายยังเจ็บอยู่จากการลื่นล้มที่ Tashi Lapsta pass (5700m) เลยต้องเดินแบบประคองเข่าซ้ายมาตลอด
ถึงที่พักเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ก่อนถึงเป้าหมายคือ Dho Tharap (4000m) แค่ 500m แต่ตัดสินใจขอพักที่บ้านชาวบ้านเลยเพราะหิมะตกพอดี
ก็เหมือนเดิมครับรออาหารนาน 🙂

15 พ.ค. ตื่นเช้ามา กินอาหารง่ายๆ เพราะวางแผนว่าจะไปซื้อของตุนอาหารที่ Dho Tharap เป็นหมู่บ้านที่สวยงามมากจากทำเลที่หุบเขาที่แม่น้ำมาบรรจบกัน
เราแวะซื้อเสบียงเยอะมาก จากประสบการณ์อาหารไม่พอเมื่อสองวันก่อน จริงๆต้องเลือกระหว่าง แบกอาหารไม่ต้องเยอะมาก ออกเดินทางแต่เช้ามืด เพื่อให้ถึงหมู่บ้านที่พักให้ทันในวันเดียว แต่ชาวบ้านแนะนำว่า pass นี้ยากควรเดินทางสองวันไปตั้งแคมป์กลางทาง เราลังเลกันนิดหน่อย แต่ต้องเลือกแผนสองโดยปริยาย เพราะกว่าจะแวะซื้อของเสร็จก็สายมากแล้ว
แต่ก็เหมือนกลายเป็นโชคดีครับ ขณะที่เราเดินออกจากหมู่บ้าน เราได้เห็น staff ชาวเนปาล 2คน(คนนึงเป็นนักวิ่งเบอร์1 ที่วิ่งจาก EBC มา Lukla ด้วยเวลาแค่ 5ชั่วโมงกว่าๆ บ่นว่าจะไม่มาแข่ง race แบบนี้อีกแล้ว) เดินย้อนกลับมา บอกว่าไม่สามารถข้าม pass ได้ เนื่องจากหิมะตกหนัก ทุกคนเดินย้อนเปลี่ยนเส้นทางไปอีกด้านของหมู่บ้านแล้ว (ถ้าเราช้าอีกนิดเราก็อาจไม่เจอสองคนนี้)
จากที่ผมและ Ngawang ตามกลุ่มอยู่ 1-2วัน ทำให้วันนี้เราอาจตามทันได้เลย Ngawang เสียดายนิดหน่อย ที่อดข้าม pass เพราะขาของ Ngawang เหมือนจะหายดีแล้ว ผมเองก็เริ่มชินกับความสูง และการเปลี่ยนเส้นทางหมายความว่าต้องเดินอ้อม ที่ระยะทางไกลมากขึ้น แถมการเดินลงต่ำมักต้องขึ้นๆลงๆ เยอะมาก แต่ข้อดีคือ เสี่ยงอันตรายน้อยกว่า
สถานการณ์ทุกอย่างน่าจะดีสำหรับผมที่ทพให้ตอนนี้ตามอยู่แค่ครึ่งวัน (จริงๆคุยกับ Race Director ไว้แล้วว่าอาจจะจบหลังกลุ่มหลัก 2-3วันช่วง Ngawang เจ็บขา)
แต่สุดท้าย ตอนกำลังจะเร่งเดินตามซึ่งแน่นอนเป็นทางลง ผมเกิดเจ็บ เอ็นเหนือตาตุ่มด้านนอกข้างซ้าย คงเป็นเพราะใช้กล้ามเนื้อขาด้านล่างประคองเข่าที่เจ็บอยู่มากเกินไป สุดท้ายเดินไม่ถึงค่ำ ก็หยุดพักที่ hotel ระหว่างทาง ชาวบ้านเรียกอย่างนี้ แต่มันคือเต็นท์ ที่เป็น tea house นั่นแหละครับ 🙂 ผมรีบลงไปแช่ขาที่ลำธาร น้ำเย็นจนแทบทนไม่ได้ กินข้าวแล้วรีบนอนทันที แต่ก็นอนไม่ค่อยหลับ เพราะตอนดึกจากเต็นท์ใหญ่ที่มีเราเป็นแขกแค่สองคน กลับมีคนมาเพิ่มอีกสิบกว่าคน

16 พ.ค. อาการข้อเท้าดีขึ้นนิดหน่อย เร่งเดินเพื่อให้ทัน จุดนัดหมายกับกลุ่มหลักที่จะมาพักที่ Donai ซึ่งเส้นทางก็ลงเรียบแม่น้ำอย่างเดียว 31กม.แต่ชาวบ้าน แนะนำเส้นทางลัดสั้นลง 5กม. โหดีจัง แต่ที่ไหนได้ ต้องเดินลัดเลาะขึ้นหน้าผา เหมือนข้าม pass เล็กๆ ด้วยสภาพขาทั้งเข่าและข้อเท้าที่มีปัญญากับทางลงยากๆ ทำให้ผมยิ่งช้ามาก เหมือนทำให้อาการแย่ลง แต่สุดท้ายก็ มาถึง Donai ได้ตามเป้าหมาย แม้ว่ากลุ่มหลักที่มาถึงก่อนจะเปลี่ยนใจเดินต่อล่วงหน้าไปพักที่อื่น แต่เราไม่ซีเรียสกับการตามให้ทันแล้วครับ
ที่พักวันนี้สะดวกสบายมาก ผลได้อาบน้ำครั้งแรกใน5วัน อาหารอร่อย มีสัญญาณโทรศัพท์ ห้องพักสบาย เหลือลุ้นให้ขาดีขึ้นเรื่อยเท่านั้นครับ 🙂

ติดตามข้อมูล การรายงานล่าสุด และบันทึกทั้งหมดได้จาก
Www.DrJung.run ครับ
(By @Thai.run ฮับความสุขของคนรักการวิ่ง)
และ FB: บันทึกสองเท้า Facebook.com/FeetNote

ขอขอบคุณ:
ผู้สนับสนุนหลัก: @Carabao Dang
อุปกรณ์:
@The North Face Thailand
@Black Diamond Thailand
@Garmin Thailand @Garmin Sport
@ThailandOutdoor Shop
@VATEMON’S IN U
@RevvEnergy Thailand
@BananaRun : เรื่องอุปกรณ์วิ่ง เป็นเรื่องกล้วยๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published.