Great Himalaya Note14 “Asimo Running” : 19/5/2017

Great Himalaya Note14 “Asimo Running” : 19/5/2017 วันที่41/(จากทั้งหมดประมาณ50วัน) @Jumla 2450m
Great Himal Race 1,800km 90,000m D+ 45++ days
for Chaiyapruk Children Home Foundation :
www.facebook.com/ChaiyaprukFoundation

วันนี้ 19 พ.ค. ผมมาถึง Jumla แล้วครับ จากการเปลี่ยนเส้นทางกระทันหัน ทุกคนบ่นกันมากว่าระยะทางมันยาวเหลือเกิน จากการเดินสองวันแรก ผมและ Ngawang ประมาณการกันว่าคงต้องใช้เวลา4วัน คือมาถึงวันที่ 20 พ.ค. แต่ที่มาถึงได้เร็ว มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับคำว่า “Asimo Running” ครับ 🙂

คนที่ติดตามข้อมูลการวิ่งรายการนี้มาตลอดคงจะทราบว่าผมลื่นไถลบน Tashi Lapsta pass ในขณะที่เท้าซ้ายค้างอยู่บนหิน เข่าซ้ายที่งออยู่จึงรับแรงบิดไปเต็มๆ จากนั้นมาผมก็เดิน/วิ่งประคองตัวมาตลอด มีเทคนิคและวิธีการที่ได้ทดลองมากมาย ตามแต่สถานการณ์ของเทรลที่หลากหลาย เช่น การใช้ข้อเท้าและน่องมากขึ้น, การใช้ trekking pole ช่วยลด momentum แนวดิ่ง (แบบเดียวกับการตบเบาะของนักยูโด) ฯลฯ แต่ละวิธีใช้ได้เฉพาะสถานการณ์ แล้วยังต้องระวังอาจทำให้เจ็บกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ค่อยเคยได้ใช้ อาจบาดเจ็บเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะผมก็มีเจ็บกล้ามเนื้อน่องใกล้ตาตุ่มด้านนอกตามมา

เส้นทาง จาก Donai (ออกเสียง Donay) ถึง Jumla มีหลายช่วงที่เป็น dirt road (จริงๆวิ่งได้เฉพาะรถ tractor หรือ มอเตอร์ไซค์วิบากเท่านั้น) ผมจำเป็นต้องทำเวลา วันนี้จึงทดลองเดินเร็วด้วยท่าวิ่ง ที่มีหลายไอเดีย ที่อาจจะทำให้เห็นภาพง่ายขึ้น ลองคิดตามดูเล่นๆ นะครับ (แต่ละคนมีท่าวิ่งที่แตกต่างกัน และคนๆนึงก็อาจมีหลายท่าวิ่ง/เดิน ที่อาจจะดีกว่านี้เหมาะกับตัวเองอยู่แล้ว)

1) วิ่งแบบผู้สูงอายุ: นิยามที่แยกการวิ่ง ออกจากการเดินคือ การวิ่งจะมีจังหวะที่เท้าสองข้างลอยจากพื้น แต่ผู้สูงอายุหลายท่าน รวมถึงคุณพ่อของผมคือ ลุงต้นกล้วยๆ (ครูวันชัย ครุฑแก้ว) จะมีจังหวะการลอยตัวนี้สั้นมากหรือเตี้ยมากๆ จนคล้ายกับการเดิน ที่สำคัญควรนุ่มนวลด้วยครับ

2) วิ่งแบบเด็กที่ยังไม่เคยหัดวิ่ง/เดิน: เป็นจินตนาการนะครับ เด็กที่ยังไม่รู้จักการเดินและการเคลื่อนที่ มองเห็นแม่ อยากไปหาแม่ก็จะต้องเอาตาหรือศีรษะโผเข้าไปหรือเอียงตัวไปข้างหน้า เท้าจะก้าวออกไปเองโดยอัตโนมัติเพื่อยันไม่ให้ล้มเท่านั้น เอียงมากเท้าก็จะก้าวถี่เร็วมากตามไปด้วย

3) วิ่งแบบ Asimo: หุ่นยนต์ Asimo ของ Honda ไม่สามารถจำลองข้อต่อและกล้ามเนื้อ…ทั้งหมดของมนุษย์ได้ แต่ผมเคยดูท่าวิ่ง/เดิน ของ Asimo แล้วรู้สึกว่ามันนุ่มนวลมาก ใช้ข้อต่อที่มีทั้งหมดอย่างสัมพันธ์กัน นั่นคือ ข้อเท้า ข้อเข่า และข้อสะโพก ปกติแค่สองข้อต่อเราก็ต้องฝึกซ้อมนานมากกว่าจะทำได้อย่างสัมพันธ์กันระดับนึง (โชคดีที่ Asimo ไม่มีกล้ามเนื้อเท้า ที่ Davinci เคยกล่าวไว้ว่าเป็น เท้าของมนุษย์เป็นการออกแบบที่สุดยอดและแยบยลที่สุด^^) ลองหา clip การวิ่งของ Asimo มาดูกันนะครับ

[***20 พ.ค. Bulbula 3100m เปลี่ยนวันแล้วนะครับ เมื่อวานเขียนไม่เสร็จ วันนี้มาเขียนต่อ แต่ก็ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์แล้ว] จริงๆ ผมใช้ทั้ง 3ข้อร่วมๆกัน ร่วมกับประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการวิ่งเท้าเปล่า และการสับเปลี่ยนใช้กล้ามเนื้อหลายๆ ส่วนในการวิ่งเทรล อย่างไรก็ดี Asimo Running ดูจะอ้างอิงได้ง่ายที่สุดหรือเปล่าครับ
ผมพยายามเลี่ยงการพูดถึงเอาเท้าส่วนไหนลงพื้นก่อนเพราะเรื่องจะยาว เอาเป็นว่า ถ้าได้ใช้กล้ามเนื้อเท้ามากส่วนที่สุดร่วมกันทำงานด้วยได้ก็น่าจะดีนะครับ แต่จะฝึกยากขึ้นไปอีก
ถ้าไม่คิดมากใส่ลองเท้าแล้ว เราก็คล้ายๆกับ Asimo เน้นการใช้ข้อเข่าและข้อเท้าให้สัมพันธ์กัน ส่วนข้อสะโพกใครฝึกได้พร้อมกันไปด้วยเอาความรู้มาแชร์กันบ้างนะครับ ผมทำได้นิดหน่อยที่เป็นการทรงตัวและเอนตัวเท่านั้น แต่อย่างน้อย ตอนนี้วันที่ 20พ.ค. แล้ว ผมรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อก้นมากครับจากการลองวิ่งแบบ Asimo เมื่อวานนี้ 🙂

[***วันนี้วันที่ 21 พ.ค. แล้วนะครับ]

เขียนเพิ่มระหว่างทาง คาดว่าจะถึง Gamgadhi เที่ยงๆ บ่ายๆ อาจจะมีสัญญาณโทรศัพท์หรือ WiFi
จาก Gamgadhi ไม่นับวันนี้ อีก 5วัน ก็จะจบทริปแล้วนะครับ ถ้ามีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายหรือสภาพอากาศก็อาจจะผ่อนเป็น 6วัน 🙂

ติดตามข้อมูล การรายงานล่าสุด และบันทึกทั้งหมดได้จาก
Www.DrJung.run ครับ
(By @Thai.run ฮับความสุขของคนรักการวิ่ง)
และ FB: บันทึกสองเท้า Facebook.com/FeetNote

ขอขอบคุณ:
ผู้สนับสนุนหลัก: @Carabao Dang
อุปกรณ์:
@The North Face Thailand
@Black Diamond Thailand
@Garmin Thailand @Garmin Sport
@ThailandOutdoor Shop
@VATEMON’S IN U
@RevvEnergy Thailand
@BananaRun : เรื่องอุปกรณ์วิ่ง เป็นเรื่องกล้วยๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published.